Red Flag ของบริษัทติดตั้งโซล่าเซลล์ที่ต้องระวัง มีอะไรบ้าง?
การเลือกบริษัทติดตั้งโซล่าเซลล์ผิด ต่อให้อุปกรณ์ดีแค่ไหนก็ไม่ช่วยอะไร เพราะปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากตัวสินค้า แต่มาจากพฤติกรรมของบริษัทหรือช่างที่ติดตั้ง โดยสัญญาณเตือนที่ควรระวังก่อนตัดสินใจ มีดังนี้
เสนอราคาต่ำผิดปกติ
ราคาติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ on grid ในบ้านพักอาศัยของตลาดไทย ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 30,000-50,000 บาทต่อกิโลวัตต์ (หรือเริ่มต้นที่ 90,000-150,000 สำหรับระบบออนกริด) หากเสนอราคาต่ำกว่านี้มักมาจาก 2 สาเหตุหลัก คือ ใช้อุปกรณ์คุณภาพต่ำ หรือจ้างรับเหมาช่วง (Subcontract) ที่ไม่มีประสบการณ์มาติดตั้งเพื่อลดต้นทุน เช่น บริษัทเสนอให้ติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ off grid แต่ลดคุณภาพแบตเตอรี่โซล่าเซลล์ลงเพื่อกดราคา
อีกสาเหตุ คือ ราคาที่ถูกเกินไป อาจมาจากการตัดขั้นตอนสำคัญออก เช่น ไม่มีวิศวกรออกแบบ ไม่มีการสำรวจหน้างานอย่างละเอียด หรือไม่คำนวณโหลดไฟฟ้าให้เหมาะกับบ้าน นอกจากนี้ ยังอาจมาจากตัดงบส่วนที่ควรเก็บไว้สำหรับดูแลหลังการขาย (O&M) ออกไปด้วย ดังนั้น ยิ่งคิดราคาถูกเกินจริง ยิ่งมีความเสี่ยงว่าบริษัทจะดูแลหลังการขายได้ไม่ยาวนานเท่าที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่แรก
ถ้าอยากทำความเข้าใจเรื่องระบบโซล่าเซลล์มากขึ้น สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ระบบโซล่าเซลล์คืออะไร มีกี่แบบ
ไม่มีผลงานที่ตรวจสอบได้
บริษัทที่น่าเชื่อถือควรมีผลงานที่ตรวจสอบย้อนหลังได้ วิธีเช็กด้วยตัวเองง่าย ๆ ได้แก่ ขอดูรายชื่อลูกค้าอ้างอิงที่ติดต่อได้ อ่านรีวิวจาก Google Business Profile และดู Case Study ที่ระบุชื่อโครงการหรือสถานที่ชัดเจน ไม่ใช่แค่รูปถ่ายอย่างเดียว เพราะรูปนั้นอาจนำมาจากที่ไหนก็ได้
จ้างช่างเหมาช่วง (Subcontract) โดยไม่แจ้ง
หากบริษัทส่งช่างจากภายนอกมาติดตั้งโดยไม่ควบคุมคุณภาพ อาจหมายความว่าบริษัทไม่รับผิดชอบคุณภาพงานอย่างเต็มที่ ควรถามไปตรง ๆ ว่า “ช่างที่มาติดตั้งเป็นพนักงานประจำหรือช่างเหมาช่วง”
โดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ที่รับติดตั้งทั่วประเทศควรระวังเป็นพิเศษ เพราะบริษัทเหล่านี้มักเน้นรับจำนวนไซต์เยอะ ๆ แต่คุมคุณภาพของช่างได้ไม่ทั่วถึง สุดท้ายงานที่ได้จึงไม่ได้มาตรฐานเท่าที่ควร ซึ่งไม่ได้หมายความว่าบริษัทใหญ่ไม่ดีเสมอไป แต่ควรเลือกให้ดีและถามว่าบริษัทมีระบบการตรวจสอบคุณภาพของช่างเหมาช่วงอย่างไรบ้าง