เมื่อพูดถึงการลงทุนในระบบพลังงานแสงอาทิตย์ เรามักจะนึกถึงประสิทธิภาพการผลิตไฟ หรือเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่มีอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณา...คือการเลือกใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานและมีความทนทานสูง เพื่อให้มั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยในระยะยาว วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจกับมาตรฐานสำคัญที่หลายคนอาจเคยได้ยิน นั่นคือ "IP Standard"
IP Standard คืออะไร? อ่านอย่างไร?
"IP Standard" หรือชื่อเต็มคือ International Protection Standard (หรือบางครั้งเรียกว่า Ingress Protection Rating) เป็นมาตรฐานที่กำหนดโดย IEC (International Electrotechnical Commission) เพื่อระบุถึงระดับการป้องกันฝุ่นและของเหลว ของอุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องจักรต่างๆ
การอ่านค่า IP จะแสดงด้วยตัวเลข 2 หลักตามหลังคำว่า IP เช่น IPXY โดยมีความหมายดังนี้:
- ตัวเลขหลักแรก ( X ตัวแรก): ระดับการป้องกันฝุ่น (สะสารของแข็ง)
- จะบอกถึงความสามารถของอุปกรณ์ในการป้องกันฝุ่นและการสัมผัสโดยบังเอิญ มีระดับตั้งแต่ 0-6 ยิ่งตัวเลขสูงยิ่งป้องกันได้ดี
- 6 หมายถึง ป้องกันฝุ่นได้อย่างสมบูรณ์ (Dust-tight) สามารถป้องกันไม่ให้ฝุ่นเข้าไปภายในอุปกรณ์ได้เลย
- ตัวเลขหลักที่สอง ( Y ตัวที่สอง): ระดับการป้องกันน้ำ (ของเหลว)
- จะบอกถึงความสามารถของอุปกรณ์ในการป้องกันน้ำ มีระดับตั้งแต่ 0-9K ยิ่งตัวเลขสูงยิ่งป้องกันน้ำได้ดี
- 6 หมายถึง ป้องกันน้ำจากการฉีดแบบรุนแรง (Powerful water jets) สามารถทนทานต่อการฉีดน้ำแรงดันสูงจากทุกทิศทางได้
- ระดับ 7 หมายถึงกันการแทรกซึมของน้ำจากการแช่ตัวของอุปกรณ์ได้ หมายถึงอุปกรณ์สามารถจมน้ำได้ในความลึก 1 เมตร เป็นเวลา 30 นาที ระดับ 8 คือสามารถกันน้ำจากการแช่ตัวอุปกรณ์ในน้ำได้แบบถาวร และระดับ 9K คือป้องกันจากการโดนฉีดน้ำแรงดันสูงพิเศษทุกทิศทาง โดยน้ำที่มีอุณหภูมิสูงสุด 80 °C ได้
ดังนั้น เมื่อเห็นค่า IP66 จึงหมายความว่าอุปกรณ์นั้น สามารถป้องกันฝุ่นได้อย่างสมบูรณ์และป้องกันน้ำจากการฉีดแรงดันสูงได้จากทุกทิศทาง
